โปรแกรมห้องสมุด Digital Librarian
โปรแกรมห้องสมุด Digital Librarian
ใช้ได้จริง ได้ดี ได้ง่าย และได้ใจ
ยกระดับบริการห้องสมุดให้เหนือกว่า
ระบบที่ไม่จำเป็นต้องมี แต่หากมีจะช่วยยกระดับคุณภาพงาน และการให้บริการ ให้ดียิ่งกว่า เหนือกว่า การเป็นห้องสมุดทั่วไป ได้แก่…
รับจบทุกปัญหา ลืมบัตร ลายนิ้วมือไม่ชัด จำรหัสไม่ได้ ด้วยระบบสแกนใบหน้า โดยใช้กล้อง Built-in ที่ติดมากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือกล้อง Web Cam ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ในราคาเครื่องละไม่กี่ร้อยบาท
บริษัทได้ออกแบบขั้นตอนการทำงาน ให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวก โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสแกนใบหน้าสมาชิกเก็บไว้ ไม่จำเป็นต้องถามว่า เคยสแกนใบหน้าแล้วหรือยัง แค่เพียงให้สมาชิกสแกนใบหน้า หากไม่พบ ผู้ให้บริการก็เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ เพื่อลงทะเบียนใบหน้าได้ทันที และไม่จำเป็นต้องให้สมาชิกสแกนใบหน้าอีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังพัฒนาให้รองรับการใช้กล้องโทรศัพท์มือถือ Smartphone สำหรับสแกนใบหน้า เพื่อให้สมาชิกเห็นหน้าตัวเองในระหว่างการสแกน เพื่อปรับตำแหน่ง ทิศทาง ได้ถูกต้อง กรณีที่ผู้ให้บริการและสมาชิก ไม่สามารถมองเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยกันได้
มีระบบสแกนใบหน้า เพื่อนับผู้เข้าใช้บริการ สมาชิกเพียงแค่เดินมาที่คอมพ์ฯ มองกล้อง ไม่ต้องกดปุ่มใดๆ
แม้บริษัท พัฒนาวิธีการแสดงตัวสมาชิกที่ต้องการยืม ด้วยวิธีที่หลากหลาย เช่นการสแกนบาร์โค้ด, อ่านบัตร RFID, อ่านบัตรประชาชน, คีย์รหัส และคีย์ค้นชื่อสมาชิก จากหน้าจอยืมคืนโดยตรง แต่ในการ
ทำงานจริง ผู้ให้บริการมักพบปัญหา สมาชิกทำบัตรหาย ไม่พกบัตร ลืมรหัสสมาชิก การคีย์รหัสหรือชื่อก็เสียเวลา และอาจมีปัญหาคีย์ผิด ฯลฯ
บริษัทจึงพัฒนาระบบสแกนลายนิ้วมือ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งโดยพัฒนาให้รองรับเครื่อง ZK4500 (ตามรูป) ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านออนไลน์ทั่วไป เช่น Shopee หรือ Lazada ในราคาเครื่องละไม่ถึง 2,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่สำคัญของระบบสแกนลายนิ้วมือไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมใดๆ ก็ตามคือ ลายนิ้วมือไม่ชัด สกปรก ชื้น หรือแห้งเกินไป จะสแกนได้ยาก หรือไม่ได้เลย ซึ่งหากพบปัญหา ก็ใช้วิธีอื่นแทนเป็นกรณีๆ ไป
นอกจากการยืม ยังสามารถใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือกับระบบนับจำนวนผู้เข้าใช้บริการได้ด้วย
Barcode ใช้เพื่อระบุหนังสือแต่ละเล่ม เพื่อความสะดวกในการทำรายการยืมคืน เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด เพราะผู้ใช้สามารถพิมพ์บาร์โค้ดได้เองบน Lab Sticker จึงมีการใช้อย่างแพร่หลาย
RFID ใช้ในการระบุหนังสือแต่ละเล่มเช่นเดียวกัน ข้อแตกต่าง คือ การอ่าน Barcode ต้องใช้เครื่องสแกน สแกนที่แท่ง Barcode ให้ครบทุกแท่ง
แต่ RFID เพียงแค่หนังสือเข้ามาอยู่ในรัศมีการอ่าน ก็สามารถอ่านค่าได้ทันที จึงสะดวกกว่า และใช้ป้องกันการขโมยหนังสือได้
และเนื่องจากกระบวนการในการยืมหนังสือ กับการล้างค่าเพื่อให้นำหนังสือออกนอกห้องสมุดได้ อยู่ในกระบวนการเดียวกัน หากไม่ยืมก็ไม่ล้างค่า จึงสามารถพัฒนาระบบให้สมาชิกยืมคืนด้วยตัวเองได้
ระบบได้รับการพัฒนาตามมาตรฐาน Sip2 ไม่ใช่ API จึงไม่ต้องผูกติดกับอุปกรณ์ยี่ห้อใดๆ
เช่นเดียวกับระบบสืบค้นผ่านเว็บ บราวเซอร์ (Web OPAC) สมาชิกพบทุกคำตอบที่อยากรู้ได้ด้วยตัวเอง
จุดที่แตกต่างคือ Web OPAC เหมาะกับการใช้งานบนคอมพ์เท่านั้น แต่ระบบนี้ นอกจากใช้งานบนคอมพ์แล้ว ยังสามารถใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น Smartphone, Tablet ทั้งที่เป็น Android และ IOS ได้ด้วย จึงค้นได้แบบทุกที่ ทุกเวลาอย่างแท้จริง
ผู้ใช้สามารถเลือกให้แสดง Icon โปรแกรม ที่หน้าจอ ทำให้เข้าใช้งานได้ง่ายเหมือน App ทั่วไป
แต่ระบบนี้เหมาะกับห้องสมุดที่พร้อมให้บริการผ่าน Internet หรือ on Cloud หากเป็นการใช้งานภายในจะต้องอยู่ใน WIFI เดียวกับ Server จึงไม่สะดวกเท่า
on Cloud เป็นอีกทางเลือกของห้องสมุดในการใช้งานโปรแกรม แต่มีงบประมาณจำกัด หรือต้องการให้มีบริการสืบค้นผ่าน Internet โดยไม่ต้องลงทุนตั้ง Host เช่า Lease Line หรือยุ่งยากกับการดูแลระบบเอง
on Cloud เป็นระบบสมาชิก (Subscription) มีค่าบริการเป็นรายปี ประกอบด้วยค่าเช่าพื้นที่ สิทธิ์ใช้งานโปรแกรม และการบริการดูแลตลอดอายุสมาชิก
ฐานข้อมูล และโปรแกรมสืบค้น ที่ปกติจะติดตั้งไว้บนเครื่อง Server ของหน่วยงาน จะถูกย้ายไปติดตั้งที่เครื่องในระบบ Cloud แทน
จึงไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่อง Server ไม่ต้องคอยดูแล คอยแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ไวรัส การถูกโจมตี อีกต่อไป
การส่ง Notify หรือข้อความ ไปยังสมาชิก ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของห้องสมุด ในแง่การนำเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ
โดยที่ห้องสมุดมีภาระงานเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะบริษัทออกแบบระบบให้มีตัวช่วยในการส่งข้อความแบบอัตโนมัติในหลายๆ ด้าน
เช่น สมาชิกสามารถขอรับบริการ Notify ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านการสแกน QR code, มีหน้าจอตั้งเวลาให้เครื่องส่งข้อความเตือนแบบอัตโนมัติ ฯลฯ
ข้อความที่ส่งมีทั้งแบบส่วนตัว เช่น แจ้งรายการยืม/คืน/ค่าปรับ/รับหนังสือที่จอง/เตือนให้ส่งคืน ฯลฯ และการแจ้งเข้ากลุ่ม เช่นรายชื่อหนังสือใหม่ /หนังสือแนะนำ
การระบุตัวสมาชิกของโปรแกรมห้องสมุด Digital Librarian ทำได้หลายวิธี แน่นอนว่า วิธีที่สะดวกที่สุดคือการสแกนบัตรที่มีบาร์โค้ด
หากไม่มีบัตร จะใช้วิธีการคีย์รหัสสมาชิก หากสมาชิกลืม ไม่ทราบ อาจใช้วิธีคีย์จากชื่อสมาชิกที่หน้าจอยืมคืนโดยตรงเพื่อค้นหา
อย่างไรก็ดี Digital Librarian มีระบบเสริมที่ห้องสมุดสามารถเลือกใช้เพื่อช่วยในการระบุตัวตนได้ ได้แก่
1. ระบบสแกนใบหน้า
2. ระบบสแกนลายนิ้วมือ
3. ระบบอ่านบัตร RF / อ่านบัตรประจำตัวประชาชน
แม้จะออกแบบระบบให้สามารถรองรับการใช้งานได้ทันที แต่ยังความแตกต่างของสเปคเครื่อง สเปควินโดว์ โปรแกรมอื่นๆ ที่ติดตั้ง รวมถึงสภาพแวดล้อมของระบบเครือข่าย ฯลฯ เราจึงไม่อาจบอกได้ว่า สามารถใช้งานได้ทันทีแบบ Plug and play
อย่างไรก็ดี ในแง่การขายเราจะทดสอบระบบกับเครื่องและสภาพแวดล้อมของลูกค้าจนกว่าจะแน่ใจว่า สามารถใช้งานได้จริง ไม่เช่นนั้นเราจะไม่เสนอราคาอย่างเด็ดขาด
ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยพัฒนาโปรแกรมให้รองรับ Application LINE แต่ต่อมา LINE ได้ยกเลิกการให้บริการที่เคยเปิดใ้ห้บริการฟรี หากต้องการส่งข้อความจะต้องใช้บริการผ่าน LINE Official Account ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่ค่อนข้างสูง โดยมีเงื่อนไขว่า หากส่ง 300 ข้อความ/เดือนสามารถส่งได้ฟรี แต่หากส่งมากกว่าและไม่เกิน 15,000 ข้อความ/เดือน เสียค่าบริการอยู่ที่ 1,280 บาท/เดือน เป็นต้น ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สูงมากเมื่อเทียบกับความจำเป็นและประโยชน์ที่ได้รับ
อย่างไรก็ดี การให้บริการแจ้งข่าว/แจ้งเตือนไปยังสมาชิก ถือเป็นงานบริการที่น่าสนใจที่ช่วยให้สมาชิกได้รับบริการที่ดีขึ้น และช่วยเสริมภาพลักษณ์ของห้องสมุดและองค์กร ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ บริษัทจึงตัดสินใจคงระบบนี้ไว้ และเลือก Telegram เป็น Application สำหรับส่งข้อความ โดยมีเหตุผลสำคัญ 2 ประการคือ
1. หน้าตาและการใช้งาน App ใกล้เคียงกับ LINE ซึ่งผู้ใช้คุ้นเคยอยู่แล้ว
2. ส่งข้อความฟรี (ณ ขณะนี้) ไม่มีข้อจำกัด
ในด้านการใช้งาน สมาชิกสามารถใช้งาน LINE ได้ตามปกติ และใช้ Telegram เพื่อรับการแจ้งเตือนจากห้องสมุดเท่านั้นก็ได้
หมายเหตุ : สถิติการใช้งาน App Telegram ทั่วโลกมีมากกว่า 1,000 ล้านคนต่อเดือน มากกว่า LINE ถึง 5 เท่า (แต่ LINE เป็นที่นิยมแพร่หลายในไทยมากกว่า) ดังนั้น Telegram จึงไม่ใช่ App โนเนมแต่อย่างใด และในไทยเองอัตราผู้ใช้ก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ประมาณ 20% ของผู้ใช้งาน Social Media
เรื่องนี้เราไม้อาจคาดเดาได้ ในแง่การขายเราจึงหมายเหตุไว้ว่า เงื่อนไขข้อจำกัดในการใช้งานอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับ Telegram