อันเนื่องมาจาก Forward mail เกี่ยวกับในหลวง ขอเสริมนิดเดียว ตามที่ได้รับทราบมา

Viewing 1 post (of 1 total)
  • Author
    Posts
  • #470
    rigmr
    Keymaster

    ได้รับอีเมล์ ที่ส่งต่อๆ กันมา ไม่ทราบต้นตอมาจากไหน จากเนื้อหา เข้าใจว่า คงเขียนตั้งแต่ปี 50 แต่ทุกวันความจริง ยังดำรงอยู่ ก็ขออนุญาตผ่านทางนี้ เพื่อนำมาเผยแพร่ เผื่อจะเป็นข้อเตือนใจ ให้กับท่านที่ได้บังเอิญเข้ามาอ่าน ได้ตระหนักถึงความรักของในหลวง ที่มีต่อประชาชนของพระองค์ และทำความดีต่อประเทศชาติ เพื่อตอบแทนพระองค์…

    ……….

    เมื่อวันที่ 8 มีนา ที่ผ่านมาผมได้ไปงานที่โรงเรียน เหมือนเช่นทุกปีตอนกลับเดินมาตามตึกยาวเพื่อจะกลับมาทางประตูด้านเพาะช่าง ยังไม่ถึงบริเวณเศาลหลวงพ่อปู่ พบอาจาร์ยท่านหนึ่งนั่งอยู่

    จำได้ว่าเป็นอาจารย์สุธี ท่านเกษียณไปแล้ว ไม่รู้คุณรู้จักรึเปล่า กราบอาจารย์ท่านแล้ว สังเกตเห็นว่าอาจารย์ร้องไห้อยู่ ท่านบอก เพิ่งได้พบกับรุ่นพี่ที่มาในงาน รุ่นที่เท่าไหรก้อไม่ได้ถาม เป็นนายทหารราชองครักษ์ชั้นผู้ใหญ่ เค้าเล่าให้อาจารย์ฟังว่า

    **** ในหลวงทรงร้องให้เห็นบ่อย ****

    ‘ทรงเสียใจที่เมืองไทยจะสิ้นในรัชกาลของท่าน แล้วกระนั้นหรือ’

    ผมอยากจะตอบอาจารย์ไปว่า คงไม่หรอก ถ้าคนไทย รู้จำคำว่าว่า’หน้าที่’มากกว่า’สิทธิ’
    เราเคยชินกับการเป็น..ผู้รับ….จากคนคนหนึ่งที่เกิดมาเป็น..ผู้ให้…ให้มาตลอด เคยชินจนลืมไปว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วรึยังที่ เราควรจะผู้ให้แก่พระองค์ท่านบ้าง…

    ผมลาอาจารย์เรียบร้อยร้อย กลับไปตามตึกยาว ไปไหว้ พระผู้ให้กำเนิดโรงเรียน อธิษฐานขอให้พระองค์ท่านช่วยคุ้มครองให้หลานท่านทรงมีแต่ความสุข..ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง…เพียงแค่ไม่อยากได้ยินว่า ..ในหลวงทรงร้องไห้

    ความสุขของพระมหากษัตริย์
    …..หนึ่งปีที่ผ่านมา
    เราใส่เสื้อเหลืองเราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

    คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาทีวันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

    …..สิบสองปีที่ผ่านมา
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจ เพราะทรงงานหนักเกินไปในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนี
    ไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือ ม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ ยังจำกันได้ไหม?

    …… 34 ปีที่ผ่านมา
    วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516

    เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้นตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า

    ‘คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง’

    คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า ‘คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน’

    และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน…
    หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า ‘เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น?’

    ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น ‘SOUL OF THE NATION’ หรือ’จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ’ ยังจำกันได้ไหม?

    แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่
    เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส

    เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ ‘สิทธิ ‘ แต่ลืมคำว่า ‘หน้าที่’

    เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

    เราสร้าง ‘กฎหมู่’ ให้เหนือ ‘กฎหมาย’

    เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

    เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

    และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่

    เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา จะทรงเสียพระทัยเพียงใด?
    แล้วสิ่งที่เราทำไปในวันเฉลิมพระชนมพรรษาคืออะไร การที่เราใส่เสื้อเหลือง สายรัดข้อมือ ที่ว่า Long life The King เราทำเพื่ออะไร

    มันเป็นแค่ผักชีโรยหน้าที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าคุณรักพระมหากษัตริย์เพียงใดเท่านั้นนะเหรอ

    80 ชันษาของพระองค์ท่าน หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์

    พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร

    หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน
    รู้จักความ พอเพียง และมีสติ-เพียงเท่านี้เอง แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?

    ….หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา

    ……..

    ที่ผมขอเสริมคือ เมื่อนานมาแล้วผมบังเอิญได้รับฟังคำบอกเลา จากผู้ที่เคยเข้าไปทำงานในวัง เขาบอกว่า วังของในหลวง ไม่ได้สวยงาม หรูหรา อย่างที่คนส่วนใหญ่คิด สภาพภายในวัง ดูเก่า ไม่ได้ตกแต่งสวยงาม ข้าวของเครื่องใช้ก็ไม่ใช่แบบที่เห็นในละครจักรๆ วงศ์ๆ พระองค์ ทรงใช้ชีวิตอย่างสมถะ ชนิดถ้าคุณได้มีโอกาสเห็นแล้ว คุณจะไม่เชื่อว่า พระองค์ซึ่งอยู่ในสถานะที่สูงส่ง ทำไม ไม่ใช้ชีวิต เฉกเช่นราชาผู้ที่อยากได้อะไรก็ต้องได้

    บางทีพวกเราหลายๆ คน ยังมีชีวิตที่สุขสบาย อยู่ในบ้านที่สวยงามกว่าพระองค์

    ตลอดพระชนมพรรษาของพระองค์ คงไม่ต้องบอกนะครับว่า พระองค์ทรงให้ความสนพระทัยกับสิ่งใดมากกว่ากัน ระหว่าง ความสุขของพระองค์เอง กับความสุขของประชาชนของพระองค์

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เทอญ….

Viewing 1 post (of 1 total)
  • You must be logged in to reply to this topic.