Home » FAQ & Trouble Shooting

FAQ & Trouble Shooting

คำถามทั่วไป

Q Digital Librarian มีคุณสมบัติอย่างไร

Q จากคุณสมบัติข้อ 8 การป้องกันและแก้ไขข้อผิดพลาดเป็นอย่างไร ช่วยยกตัวอย่างด้วย

Q การแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูล ด้วยวิธีที่ถูกต้องหมายถึงอะไร

Q การแก้ไขข้อมูลทั้ง 2 แบบนี้ จำเป็นมากน้อยแค่ไหน เพราะเท่าที่ดูมา ไม่เห็นโปรแกรมอื่น พูดถึงเรื่องนี้เลย

Q Digital Librarian มีระบบ Marc หรือไม่

Q อยากทราบราคา การบริการหลังการขาย และค่าบำรุงรักษา

Q หากตกลงใช้ระบบ Digital Librarian จะต้องทำอะไรบ้าง และจะเริ่มระบบใหม่ได้เมื่อไหร่

Q ตามข้อ 1 จะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์กี่เครื่อง และเสปคขั้นต่ำของเครื่องควรเป็นอย่างไร

Q ตามข้อ 3 การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบจะต้องทำอย่างไร

Q ถ้าใช้ระบบอื่นอยู่แล้ว จะนำข้อมูลเดิมมาปรับใช้ได้หรือไม่ หรือต้องเริ่มกรอกข้อมูลใหม่ด้วย

Q การแปลงหรือ Convert ข้อมูลให้ผลที่ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน

Q นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ยังต้องใช้ฮาร์ดแวร์อะไรเพิ่มหรือไม่

Q ระบบ Digital Librarian สามารถพิมพ์บาร์โค้ดจากโปรแกรมได้โดยตรงหรือไม่

Q จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้เครื่องแสกนบาร์โค้ด

Q ถ้าใช้ระบบใหม่ จำเป็นต้องทำบัตรรายการหรือไม่


คำถามการใช้งานและวิธีแก้ไขปัญหา

Q จะลงทะเบียนวัสดุสารนิเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่หนังสือได้อย่างไร

Q มีระบบให้เลขทะเบียนอัตโนมัติหรือไม่

Q หน้ามัลติมีเดีย ใช้สำหรับทำอะไร

Q จะเก็บสถิติหนังสืออภินันทนาการ หรือได้รับบริจาคอย่างไร

Q ระบบสามารถพิมพ์บรรณานุกรมได้หรือไม่

Q กำหนดหนังสือจองได้หรือไม่ กำหนดอัตราค่าปรับหนังสือจองได้หรือไม่

Q ในการยืมคืน ถ้าคืนช้า จะมีค่าปรับเกิดขึ้น ค่าปรับคำนวนจากอะไร

Q สมาชิกยืมหนังสือไปแล้วหาย จะทำอย่างไร

Q แล้วการแจ้งชำรุดทำเหมือนกันหรือไม่

Q หนังสือที่แจ้งชำรุดและส่งซ่อม เมื่อส่งซ่อมเสร็จ จะปรับสถานะได้อย่างไร

Q หากมีค่าปรับ แต่ไม่คิดค่าปรับ จะได้หรือไม่

Q ถ้ายังไม่มีเงินค่าปรับ หรือจ่ายค่าปรับไม่ครบ ระบบจะจดจำได้หรือไม่

Q พิมพ์ใบเสร็จค่าปรับได้หรือไม่

Q หลักการของการทำรายการจอง ของ Digital Librarian คืออะไร

Q ถ้าเป็นหนังสือจอง ที่ให้ยืมครั้งละ 1 ชั่วโมง การจองแตกต่างกันหรือไม่

Q งานทะเบียนวารสารและดัชนีวารสาร มีขั้นตอนการใช้งานอย่างไร ยุ่งยากหรือไม่

Q ถ้าเป็นวารสารภาษาอังกฤษ วันเดือนปี จะเป็นภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะปีที่เป็นค.ศ. จะทำอย่างไร

Q จะทำรายงานประเภท 10 อันดับหนังสือยอดนิยม 10 อันดับผู้ที่ยืมมากที่สุด ได้หรือไม่

Q ทำไมเวลาสำรองข้อมูล จึงไม่ให้ไปเขียนทับข้อมูลที่สำรองเดิม จะได้ไม่เปลืองพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์

Q มีการพัฒนาระบบให้ใช้งานผ่านอินเตอร์เนทในรูปแบบ Web-base application หรือไม่

Q ระบบจัดหาและงบประมาณคืออะไร

Q ระบบกำหนดสิทธิการใช้งานมีประโยชน์อะไร

Q ระบบอรรถประโยชน์หมายถึงอะไร

Q ทำไมเพิ่มข้อมูลหนังสือไม่ได้? ลองเพิ่มสำเนาหนังสือก็ไม่ได้ เช่นกัน โดยฟ้องวันรหัสซ้ำ

Q ลงโปรแกรม apache ไม่ได้ ระหว่างที่ลงโปรแกรมติดตั้งก็หายไปเสียเฉยๆ ทำอย่างไรดีครับ

Q เตือนวารสารหมดอายุ มีการเตือนเล่มที่ไม่ต้องการต่ออายุสมาชิกแล้ว จะทำอย่างไรไม่ให้เตือน

Q ไม่ต้องการให้จองผ่านเว็บ ในกรณีที่มีหนังสืออยู่ที่ห้องสมุดจะทำอย่างไร

Q เครื่องติดไวรัส หรือมีปัญหาบ่อยๆ ฝ่ายไอทีแนะนำให้ล้างเครื่องใหม่ (Format) จะต้องทำอย่างไรบ้าง

Q ล้างเครื่องใหม่ (Format) ลงโปรแกรมตามที่ซีดีแนะนำแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดใช้งานโปรแกรมได้

Q เมื่อมีการอัพเกรดโปรแกรมใหม่ มีข้อความว่า unknown column ??..? in ?field list??

Q เปลี่ยนเครื่อง Server หรือ Format เครื่องใหม่ เมื่อใส่รูปปกหนังสือ มีข้อความไม่สามารถคัดลอกไฟล์ได้

Q เครื่อง Server เข้าหน้าจอสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตได้ แต่เครื่องลูกที่อยู่ในเครือข่ายเข้าไม่ได้เกิดจากอะไร


Q Digital Librarian มีคุณสมบัติอย่างไร
A คุณสมบัติเด่นของ Digital Librarian ได้แก่
1. ลดงานหลักให้เหลือเพียงการลงทะเบียน และให้บริการยืม-คืน งานบางงานเช่น สืบค้น ตอบคำถามผู้ใช้บริการ การจอง จัดลำดับ คิวจอง ตรวจสอบคิวจอง การทำบัตรรายการ การออกรายงาน ฯลฯ เป็นหน้าที่ของ Digital Librarian
2. มีระบบการสื่อสารข้อมูลกับผู้ใช้ตลอดเวลา ทั้งการแจ้งผลการทำงาน การเตือน หรือขอการตัดสินใจ
3. Digital Librarian ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย ไม่สร้างปัญหายุ่งยากให้ต้องตามแก้ในภายหลัง
4. Digital Librarian ถูกออกแบบให้ใช้งานได้สะดวก ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว เช่นการให้บริการยืม-คืน
5. มีความเป็นอัตโนมัติค่อนข้างสูง เช่นการเลื่อน-ร่นกำหนดคืน, การคำนวนค่าปรับ, การผ่อนชำระค่าปรับ การตรวจสอบสิทธิ์
6. มีความถูกต้อง แม่นยำสูง เช่นการสืบค้น ใช้ตรรกะที่ให้ผลถูกต้องแม่นยำ
7. มีความยืดหยุ่นสูง เช่นผู้ใช้สามารถเปลี่ยนกำหนดวันคืนได้ แก้ไขตัวเลขค่าปรับได้ (พร้อมรายงานการปรับแก้)
8 มีระบบป้องกันและแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูล ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง
9. ได้สถิติ และรายงานต่างๆ ครบถ้วน รอบด้าน โดยไม่ต้องทำงานเพิ่ม
10. การออกรายงาน สามารถกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการได้ จึงเป็นได้ทั้งรายงานประจำวัน, เดือน,ปี พิมพ์รายงานย้อนหลังได้
11. รายงานประเภทอันดับสูงสุด เลือกกี่อันดับก็ได้เช่น Top five, Top ten, Top twenty ฯลฯ แสดงรายการทั้งหมดที่อยู่ในข่าย
12. มีระบบอำนวยความสะดวก สำหรับการทำงานประจำวัน อาทิ รายชื่อวารสารที่จะได้รับ กำหนดหนังสือแนะนำ รายงานวัสดุสารนิเทศที่สั่งซื้อและถึงกำหนดจะได้รับ
13. พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้ฐานข้อมูลที่รองรับปริมาณข้อมูลได้มหาศาล
15. มีราคาสมเหตุสมผล และยืดหยุ่นตามความต้องการใช้งานจริง และสอดคล้องกับตามงบประมาณของห้องสมุด สามารถเพิ่มระบบงานอื่นๆ ที่ต้องการได้ในภายหลัง
16. เป็นระบบที่พัฒนาโดยคนไทย มีทีมงานที่พร้อมแก้ไขปัญหา และปรับเพิ่มระบบตามความต้องการ
17. มีระบบการให้บริการทางโทรศัพท์ อีเมล์ อินเตอร์เนท และบริการถึงสถานที่
18. มีการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานของระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ระบบงานที่ดีที่สุด

คุณสมบัติข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้น ผู้สนใจสามารถสอบถาม ได้จากฝ่ายขายที่หมายเลขโทรศัพท์ด้านล่าง


กลับ

Q จากคุณสมบัติข้อ 8 การป้องกันและแก้ไขข้อผิดพลาดเป็นอย่างไร ?
A ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องคีย์ชื่อผู้แต่งในการลงทะเบียนหนังสือแต่ละเล่ม เช่นเล่มแรก ประเวศ วะสี เล่มที่สอง ประเวศร์ วะสี เล่มอื่นอาจพิมพ์เป็น ประเวส วะสี, ประเวศื วะสี, ประเวศ์ วสี ฯลฯ ผสมปนเปกันไป เมื่อสมาชิกต้องการสืบค้นหนังสือที่แต่งโดย ประเวศ ก็จะไม่มีโอกาสได้เจอหนังสือที่พิมพ์ชื่อผู้แต่งผิดเลย

แต่หากเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาอย่างถูกต้อง จะมีวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ได้ไม่ต่ำกว่า 95-100%
กลับ

Q การแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูล ด้วยวิธีที่ถูกต้องหมายถึงอะไร
A การแก้ไขข้อมูลตามปกติ จะใช้วิธีการ ค้นหาและแทนที่ ซึ่งเป็นวิธีแก้ไขข้อมูลทั่วๆไป เช่นพิมพ์ชื่อเรื่อง กฎหมาย… ผิดเป็นกฏหมาย… (ฎ กับ ฏ ) ก็ให้ค้นหาคำที่ผิดจากชื่อเรื่องทั้งหมด และแทนที่ด้วยคำที่ถูก แต่ข้อมูลบางอย่างที่ถูกใช้เชื่อมโยงกับข้อมูลอื่น ไปแล้ว จะแก้ไขด้วยวิธีนี้ไม่ได้ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ และอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

Digital Librarian จะให้อิสระผู้ใช้ในการแก้ไขข้อมูลที่สำคัญๆ เหล่านี้ เสมือนหนึ่งเป็นผู้ดูแลระบบ ทำให้สามารถแก้ไขได้ในคราวเดียวกัน แทนที่จะต้องค้นหาและแก้ไขทีละรายการๆ
กลับ

Q การแก้ไขข้อมูลทั้ง 2 แบบนี้ จำเป็นมากน้อยแค่ไหน เพราะเท่าที่ดูมา ไม่เห็นโปรแกรมอื่นพูดถึงเรื่องนี้เลย
A จำเป็นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าระบบไม่มีการป้องกันการนำเข้าข้อมูลที่ผิดพลาด และเท่าที่ทราบจะมีเพียงบางระบบงานขนาดใหญ่บางระบบเท่านั้น ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
กลับ

Q Digital Librarian มีระบบ Marc ได้หรือไม่
A Digital Librarian ได้พัฒนาระบบ Marc ภายใต้มาตรฐาน Marc21 ซึ่งเป็น Marc ที่พัฒนาจาก US Marc และ Canmarc โดยแสดงรายการ Tag และ Subfield เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบรรณารักษ์ในการลงรายการ พร้อมระบบการ Import Marc เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ระบบและใช้งานได้ทันที รวมถึงการ Export Marc คุณสมบัติ ประโยชน์ และรายละเอียดเพิ่มเติม ท่านสามารถสอบถามได้จากฝ่ายขายของบริษัท
กลับ

Q อยากทราบราคา การบริการหลังการขาย และค่าบำรุงรักษา
A ราคาจะขึ้นอยู่กับ 1. จำนวน และประเภทของระบบงานย่อยที่ต้องการ กับ 2. จำนวนเครื่องที่ใช้ ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อใช้หลายเครื่อง โอกาสที่จะเกิดปัญหาต่างๆ ย่อมมีสูงขึ้น แม้ว่าปัญหาเกือบทั้งหมด จะไม่เกี่ยวกับระบบหรือการใช้งานระบบ Digital Librarian เลยก็ตาม เช่น เมื่อไม่สามารถใช้งานระบบจากเครื่องลูกข่ายได้ ปัญหาอาจเกิดจากสายแลน (สายที่ต่อเชื่อมระหว่างเครื่อง)หลุด หรือผู้ใช้ย้ายหรือลบไฟล์สำคัญในเครื่องโดยไม่ตั้งใจและไม่ทันรู้ตัว ฯลฯ เมื่อเกิดปัญหา ผู้ใช้มักจะเรียกให้เจ้าของระบบไปแก้ปัญหา

สำหรับรายละเอียดของราคา สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากฝ่ายขายและลูกค้าสัมพันธ์ โดยฝ่ายขายฯ จะขอทราบความต้องการระบบงาน และจำนวนเครื่องที่ใช้จากท่าน และยินดีให้คำแนะนำพร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดประเภทใด ขนาดไหนก็ตาม

ในส่วนของค่าบำรุงรักษา ในปีแรกฟรี ่ปีถัดไปจะคิดในอัตรา 10-15% ของราคาที่จำหน่าย อัตรา10-15% เป็นอัตราค่าบำรุงรักษาปกติของโปรแกรม หรือระบบงานทั่วไปที่มีราคาไม่สูงนัก

ค่าบริการรายปีดังกล่าว จะรวมค่าการอัพเกรดระบบงานตามคำแนะนำของผู้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานกับทุกๆ ห้องสมุด ตามความมุ่งหวังของทีมงานที่ต้องการทำให้ Digital Librarian เป็นระบบงานที่ดี และอำนวยความสะดวกที่สุด แต่ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รวมไปถึงการเพิ่มเติมความสามารถ ที่ใช้ได้เฉพาะห้องสมุดนั้นๆ
กลับ

Q หากตกลงใช้ระบบ Digital Librarian จะต้องทำอะไรบ้าง และจะเริ่มระบบใหม่ได้เมื่อไหร่
A งานที่ต้องทำคือ 1. เตรียมคอมพิวเตอร์ และ/หรือระบบเครือข่าย 2. ติดตั้งระบบ Digital Librarian และ 3. การนำข้อมูล เข้าสู่ระบบ และทดสอบระบบ การเริ่มระบบอาจเริ่มได้เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 ขึ้นอยู่กับความพร้อมของห้องสมุดเอง
กลับ

Q ตามข้อ 1 จะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์กี่เครื่อง และเสปคขั้นต่ำของเครื่องควรเป็นอย่างไร
A แม้มีเพียงเครื่องเดียวก็ใช้งานได้ สำหรับเสปคขั้นต่ำของเครื่อง ควรเป็นรุ่นความเร็ว 250 MHz หน่วยความจำ 64 M ขึ้นไป ใช้ระบบปฏิบัติการ Window98 หรือรุ่นที่สูงกว่า ทั้งนี้สมรรถนะของเครื่องยิ่งสูงยิ่งทำให้ระบบทำงานได้รวดเร็วขึ้น แต่หากข้อมูลมีมาก อาจต้องใช้เครื่องที่มีเสปคสูงกว่านี้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม หากใช้งานเป็นระบบเครือข่าย เครื่องแม่ข่ายจะต้องมีเสปคที่สูงกว่านี้ เนื่องจากต้องให้บริการข้อมูลกับทุกๆ เครื่องในระบบ เสปคขั้นต่ำของเครื่องแม่ข่าย ความเร็วควรสูงกว่า 1 GHz หน่วยความจำ 128 M ขึ้นไป หากมีเครื่องลูกข่ายไม่มากนัก

ในการใช้งานระบบหากมีหลายเครื่อง จะทำให้การใช้งานระบบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น
1. เครื่องแม่ข่าย สำหรับให้บริการข้อมูล และสำหรับลงทะเบียนวัสดุสารนิเทศ
2. เครื่องลูกข่าย 1 ใช้ให้บริการยืม-คืนที่เคาน์เตอร์
3. เครื่องที่เหลืออาจใช้สำหรับให้สมาชิกสืบค้น และทำรายการจองด้วยตัวเอง
4. อาจกันไว้ 1 เครื่อง เพื่อใช้ร่วมกับเครื่องรูดบัตรสมาชิก ไว้ให้สมาชิกรูดเวลาผ่านเข้าออกห้องสมุด เก็บเป็นสถิติ
กลับ

Q ตามข้อ 3 การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบจะต้องทำอย่างไร
A ขึ้นอยู่กับว่า ห้องสมุดของท่าน มีการใช้งานระบบหรือโปรแกรมอื่นมาก่อนหรือไม่ ถ้าไม่เคยใช้ หมายความว่า ไม่มีข้อมูลในรูปสื่ออิเลคโทรนิคส์อยู่เลย จึงต้องใช้วิธีการกรอกข้อมูลหนังสือทุกเล่มเข้าไปในระบบ โดยเริ่มทำทีละชั้นๆ (หากเป็นสถานศึกษาอาจให้นักเรียน นักศึกษา มาช่วยงานได้ ) อย่างไรก็ดี สำหรับหนังสือที่เพิ่งได้รับ หรือมีเปอร์เซนต์ที่จะถูกยืมสูง ควรจะมีการลงทะเบียนก่อน ส่วนข้อมูลสมาชิก อาจได้จากฝ่ายทะเบียน ฝ่ายบุคคล หรือกองการเจ้าหน้าที่ ฯลฯ โดยทีมงานจะเป็นผู้แปลงข้อมูลเข้าสู่ระบบสมาชิก

อย่างไรก็ดี ถ้าท่านมีห้องสมุดที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน หรือเป็นพันธมิตรกัน มีหนังสือประเภทที่ใกล้เคียงกัน ก็อาจขอข้อมูลจากห้องสมุดนั้นมาใช้ได้ โดยทีมงานจะแปลงให้เป็นข้อมูลเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลภายนอก เพื่อให้ท่านเลือกรายการที่ตรงกับที่ห้องสมุดมีอยู่มาใช้ได้ โดยเปลี่ยนข้อมูลบางอย่างเช่นเลขทะเบียน ให้ตรงกับของห้องสมุดท่านเท่านั้น หากรายการใดไม่มีในฐานข้อมูลภายนอก ก็ให้ทำการลงทะเบียน กรอกรายละเอียดตามปกติ

สำหรับการเริ่มใช้งานระบบ ไม่จำเป็นต้องรอให้ลงทะเบียนหนังสือจนครบทุกเล่ม หนังสือที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หากมีผู้ต้องการยืม ท่านอาจลงทะเบียนพร้อมกรอกรายละเอียดทั้งหมดก่อนให้ยืมได้ทันที ซึ่งจะใช้เวลาไม่นานนัก หรืออาจลงทะเบียนเฉพาะชื่อเรื่อง และให้เลขทะเบียนก่อน เมื่อได้รับหนังสือคืน จึงกลับมากรอกรายละเอียดในส่วนที่เหลือ
กลับ

Q ถ้าใช้ระบบอื่นอยู่แล้ว จะนำข้อมูลเดิมมาปรับใช้ได้หรือไม่ หรือต้องเริ่มกรอกข้อมูลใหม่ด้วย
A กรณีที่ระบบเดิมไม่มีการล็อคฐานข้อมูล ทีมงานจะเข้าไปดึงข้อมูลออกจากระบบเดิมนำมาแปลง (Convert) เข้าระบบใหม่ แต่หากมีการล็อค ต้องให้เจ้าของระบบเดิมนำข้อมูลออกในรูป Excel หรือ Text ก่อน ทีมงานจึงจะแปลงข้อมูลให้ท่านได้

สำหรับ ระยะเวลาการแปลงข้อมูล ขึ้นอยู่กับปริมาณของข้อมูล และความซับซ้อนของข้อมูลเดิม โดยปกติหากเป็นข้อมูลที่ใช้กับโปรแกรมเล็กๆ จะใช้เวลาในการแปลงข้อมูลประมาณ 1-3 วัน แต่หากเป็นข้อมูลที่ใช้กับระบบใหญ่ จะใช้เวลาราว 3-7 วัน ซึ่งเมื่อแปลงข้อมูล และติดตั้งข้อมูลใหม่เสร็จ ก็สามารถเริ่มใช้งานระบบได้ทันที

แต่หากมีข้อมูลเดิมในรูป Marc หากเป็น Marc21 หรือ US Marc หรือ CanMarcที่ถูกต้อง ก็สามารถ Import เข้าระบบได้ หากเป็นระบบ Marc อื่น เจ้าหน้าที่บริษัท จะตั้งค่าตัวเลขบางตัวเพื่อนำข้อมูลเข้าระบบ
กลับ

Q การแปลงหรือ Convert ข้อมูลให้ผลที่ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน
A ความถูกต้องของข้อมูลมากน้อยขึ้นอยู่กับข้อมูลเดิม ถ้าข้อมูลเดิมผิดน้อย ข้อมูลใหม่ก็ผิดน้อยด้วย การแปลงข้อมูลเหมือนกับการ Copy มาใช้งานเท่านั้น
กลับ

Q นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ยังต้องใช้ฮาร์ดแวร์อะไรเพิ่มหรือไม่
A ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณ ที่แนะนำคือเครื่องพิมพ์เพื่อพิมพ์รายงาน พิมพ์สติ๊กเกอร์ เครื่องแสกนบาร์โค้ด เครื่องรูดบัตรสำหรับรูดบัตรผ่านเข้าออก เครื่องแสกนเนอร์ สำหรับแสกนรูปภาพสมาชิก หรือแสนกปกหนังสือ เครื่องพิมพ์บัตรรายการ แต่ทั้งหมดนี้ท่านอาจมีหรือไม่มีก็ได้
กลับ

Q ระบบ Digital Librarian สามารถพิมพ์บาร์โค้ดจากโปรแกรมได้โดยตรงหรือไม่
A ได้ โดยพิมพ์ได้ทั้งบนบัตรสมาชิกห้องสมุด หรือบัตรประจำตัวพนักงาน บัตรประจำตัวนักเรียน นักศึกษา กับพิมพ์ลงบนสติ๊กเกอร์ เพื่อใช้ติดหนังสือ
กลับ

Q จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้เครื่องแสกนบาร์โค้ด
A ไม่จำเป็น แม้ไม่ใช้เครื่องแสกนบาร์โค้ด ก็สามารถให้บริการได้ แต่หากใช้จะทำให้การทำงานสะดวกขึ้นมาก โดยเฉพาะการให้บริการยืม-คืน จะทำได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนคาดไม่ถึง โดยแทบไม่ต้องสลับเครื่องมือ
กลับ

Q ถ้าใช้ระบบใหม่ จำเป็นต้องทำบัตรรายการหรือไม่
A ไม่จำเป็น เพราะระบบสืบค้นที่มีอยู่ สามารถให้คำตอบที่มากกว่าที่จะได้จากบัตรรายการ เช่นเมื่อมีการค้นหาตามหัวเรื่อง จะได้รายชื่อหนังสือหรือแม้แต่บทความที่มีหัวเรื่องเดียวกันทั้งหมด พร้อมทั้งจำนวนสำเนาที่มีอยู่ สถานะของแต่ละสำเนา สถานที่จัดเก็บ ของหนังสือแต่ละเล่มฯลฯ แต่หากต้องการดูหรือพิมพ์บัตรรายการ ก็สามารถทำได้ทันทีจากหน้าจอสืบค้น ซึ่งระบบเตรียมให้ทั้ง 4 ชนิดคือบัตรชื่อเรื่อง บัตรผู้แต่ง บัตรหัวเรื่อง และบัตรทะเบียน แต่หากต้องการพิมพ์ ก็สามารถทำได้โดยใช้ร่วมกับเครื่องพิมพ์บัตร
กลับ

คำถามการใช้งาน

Q จะลงทะเบียนวัสดุสารนิเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่หนังสือได้อย่างไร
A ลงที่เดียวกับหนังสือ คือที่เมนู => หนังสือและอื่นๆ และระบุประเภทที่ ประเภทวัสดุสารนิเทศ กับประเภทการให้ยืม เช่นจะลงทะเบียนวิดิโอ ก็ให้เลือกประเภทวัสดุเป็นวิดีโอ ประเภทการให้ยืม ก็ระบุเป็น โสตทัศนวัสดุ เป็นต้น ฯลฯ สำหรับวารสาร และหนังสือพิมพ์จะแยกออกมาต่างหาก เพราะ 1. ชื่อเรื่องเดียวกัน แต่มีจำนวนฉบับมากมาย 2. วารสารแต่ละเล่มมีบทความที่ต้องทำดัชนีวารสาร อีกเป็นจำนวนมาก
กลับ

Q มีระบบให้เลขทะเบียนอัตโนมัติหรือไม่
A มี
กลับ

Q หน้ามัลติมีเดีย ใช้สำหรับทำอะไร
A ใช้เก็บข้อมูลไฟล์มัลติมีเดีย เช่นภาพประกอบ เพลง หรือวิดีโอคลิป หรืออื่นๆ รวมทั้ง Website เช่น Website ผู้เขียน Website เกี่ยวเนื่อง ซึ่งทั้งหมดจะเปิดดูได้ทันที กรณีเวบไซต์ ถ้าเครื่องต่อกับระบบอินเตอร์เนท ระบบก็จะเปิดหน้าเวบไซต์นั้นให้ทันทีเช่นกัน
กลับ

Q จะเก็บสถิติหนังสืออภินันทนาการ หรือได้รับบริจาคอย่างไร
A ที่หน้าทำสำเนา จะมีช่องให้เลือกชื่อผู้แทนจำหน่ายให้เลือกว่า บริจาค
กลับ

Q ระบบสามารถพิมพ์บรรณานุกรมได้หรือไม่
Aได้ และพิมพ์ในรูปแบบที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามส่วนที่เป็นข้อจำกัดจริงๆ ของทุกระบบสำหรับการพิมพ์ภาษาไทยคือ สระ และวรรณยุกต์ ซึ่งมีทั้งอยู่ในระหว่างบรรทัด อยู่บนและล่าง ทำให้ไม่สามารถนับบรรทัดเพื่อตัดคำได้ การพิมพ์บรรณานุกรมบรรทัดที่ 2 ให้ย่อหน้าจากบรรทัดแรก และการขีดเส้นใต้หรือพิมพ์ตัวหน้าที่ชื่อเรื่อง จึงไม่สามารถทำได้ แต่ระบบได้เตรียมแก้ปัญหา ด้วยการส่งออกข้อมูลไปยัง Microsoft word เพื่อให้ผู้ใช้จัดรูปแบบตามที่ต้องการ
กลับ

Q กำหนดหนังสือจองได้หรือไม่ กำหนดอัตราค่าปรับหนังสือจองได้หรือไม่
A ได้ การกำหนดหนังสือจองทำที่เมนู เครื่องมือ ->กำหนดหนังสือจอง การกำหนดอัตราค่าปรับ ทำที่เมนูข้อมูลระบบ กำหนดอัตราค่าปรับ ค่าปรับหนังสือจอง จะกำหนดเป็นรายชั่วโมงก็ได้
<กลับ

Q ในการยืมคืน ถ้าคืนช้า จะมีค่าปรับเกิดขึ้น ค่าปรับคำนวนจากอะไร
A ได้จากค่าที่ตั้งไว้ โดยระบบจะตรวจสอบว่า ผู้ยืมเป็นใคร วัสดุที่ยืมเป็นอะไร คืนช้ากว่ากำหนดกี่วัน หรือกี่ชั่วโมง (กรณีหนังสือจอง)
กลับ

Q สมาชิกยืมหนังสือไปแล้วหาย จะทำอย่างไร
A กดปุ่มแจ้งชำรุด/หาย ที่หน้าจอยืมคืน เลือกว่าเป็นการชำรุดหรือหาย จากนั้นระบบจะดึงอัตราค่าปรับและราคาหนังสือมาคำนวนเป็นค่าปรับ
กลับ

Q แล้วการแจ้งชำรุดทำเหมือนกันหรือไม่
A ทำเหมือนกัน เพียงเปลี่ยนจากการแจ้งหายเป็นแจ้งชำรุดเท่านั้น
กลับ

Q หนังสือที่แจ้งชำรุดและส่งซ่อม เมื่อส่งซ่อมเสร็จ จะปรับสถานะได้อย่างไร
A การเปลี่ยนสถานะทำได้โดยการเเลือกเมนูเครื่องมือ -> ปรับสถานะวัสดุ แล้วกรอกเลขทะเบียน หรือชื่อเรื่องเพื่อค้นหา จากนั้นคลิ๊กที่ช่องสถานะ แล้วเลือกเปลี่ยนสถานะจากรายการที่ปรากฎ
กลับ

Q หากมีค่าปรับ แต่ไม่คิดค่าปรับ จะได้หรือไม่
A ได้ โดยแก้ตัวเลขค่าปรับให้เป็น 0 แต่ชื่อผู้แก้ค่าปรับจะถูกบันทึกไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการแก้ค่าปรับ
กลับ

Q ถ้ายังไม่มีเงินค่าปรับ หรือจ่ายค่าปรับไม่ครบ ระบบจะจดจำได้หรือไม่
A ได้ โดยจะแสดงยอดค่าปรับทั้งหมด ค่าปรับที่ชำระแล้ว และยอดค้างชำระ
กลับ

Q พิมพ์ใบเสร็จค่าปรับได้หรือไม่
A ได้ แต่ต้องทำเป็นครั้งๆ ไป คือเมื่อจ่ายแล้วจะต้องพิมพ์ทันที เพราะระบบจะลบข้อมูลที่ไม่ใช้แล้ว ทิ้งทันทีที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง
กลับ

Q หลักการ ของการทำรายการจอง ของ Digital Librarian คืออะไร
A จองได้ไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด เช่น 3 วันนับจากวันนี้ เพื่อป้องกันการจองข้ามเดือน ข้ามปี คนจองก่อนได้สิทธิ์ก่อน เมื่อมีผู้ต้องการยืมหนังสือที่มีการจอง จะให้แจ้งให้ทราบ และให้ตัดสินใจว่าจะให้ยืมหรือไม่ตามดุลยพินิจ ระบบจองจะลบคิวจองอัตโนมัติ รายละเอียดปลีกย่อยยังมีอีกพอสมควร แต่เป็นเรื่องที่ระบบจะจัดการให้โดยอัตโนมัติ
กลับ

Q ถ้าเป็นหนังสือจอง ที่ให้ยืมครั้งละ 1 ชั่วโมง การจองแตกต่างกันหรือไม่
A พื้นฐานเหมือนกันคือ จองก่อนได้ก่อน แต่จะไม่ตัดโอกาสของผู้อื่น เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด คิวจองจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มาภายในเวลา 15 นาที รายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ระบบจะจัดการให้โดยอัตโนมัติ
กลับ

Q งานทะเบียนวารสารและดัชนีวารสาร มีขั้นตอนการใช้งานอย่างไร ยุ่งยากหรือไม่
A ไม่ยุ่งยาก เพราะงานหลักที่ต้องทำบ่อยๆ ของระบบนี้คือ การทำรับวารสาร (ซึ่งทำได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว) กับการทำดัชนีวารสาร ( ตามที่ต้องการ )

งานที่ต้องทำก่อนเริ่มระบบ ได้แก่ การเตรียมฉบับที่วารสาร ด้วยการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายเช่น กำหนดออก วันที่เริ่มได้รับฉบับแรก ฯลฯ อย่างไรก็ตาม งานของผู้ใช้มีเพียงการกำหนดค่าต่างๆ เหล่านี้ด้วยวิธีการง่ายๆ เท่านั้น ที่เหลือระบบจะจัดการให้จนจบ
กลับ

Q ถ้าเป็นวารสารภาษาอังกฤษ วันเดือนปี จะเป็นภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะปีที่เป็นค.ศ. จะทำอย่างไร
A ระบบเตรียมรองรับไว้แล้ว ให้ลองกดปุ่มค้นหาดู
กลับ

Q จะทำรายงานประเภท 10 อันดับหนังสือยอดนิยม 10 อันดับผู้ที่ยืมมากที่สุด ได้หรือไม่
A ได้ และจะดูกี่อันดับก็ได้ นอกจากนี้อันดับสุดท้ายที่เท่ากันจะถูกแสดงทั้งหมด ไม่ถูกตัดทิ้ง ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
กลับ

Q ทำไมเวลาสำรองข้อมูล จึงไม่ให้ไปเขียนทับข้อมูลที่สำรองเดิม จะได้ไม่เปลืองพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์
A เป็นหลักการสำรองข้อมูลของระบบใหญ่ๆ ที่ลดความเสี่ยงจากความเสียหายของข้อมูล เพราะเราไม่อาจทราบได้ว่า ความเสียหายของข้อมูล เริ่มเกิดตั้งแต่วันไหน เมื่อไหร่ ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหากับข้อมูลปัจจุบัน เมื่อเรียกไฟล์สำรองของครั้งล่าสุดกลับมาใช้ โอกาสเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จก็ยังมีอยู่ ถ้ามีการสำรองเพียงไฟล์เดียว ก็จบกันเพียงเท่านั้น ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นต้องเริ่มนำเข้าข้อมูลใหม่เลยทีเดียว

แต่หากมีเก็บสำรองไว้หลายสำเนา เมื่อไฟล์สำรองหลังสุด ใช้ไม่ได้ ก็ยังมีไฟล์ของการสำรองครั้งก่อนๆ ให้ดึงกลับมาใช้งานได้ โอกาสเสี่ยง จึงลดลงไป

ส่วนเรื่องฮาร์ดดิสก์เต็ม ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ 1. ปัจจุบัน ขนาดการเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสก์สำหรับการใช้งานปกติมากเกินความจำเป็น ไปแล้ว 2. ไฟล์สำรองอยู่ในรูป Zip file ซึ่งถูกบีบอัดไว้ จึงใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และ 3. สามารถลบไฟล์ที่สำรองไว้นานแล้วทิ้งได้ ตามที่เห็นเหมาะสม
กลับ

Q มีการพัฒนาระบบให้ใช้งานผ่านอินเตอร์เนทในรูปแบบ Web-base application หรือไม่
A มี โดยเลือกพัฒนาเฉพาะระบบที่จำเป็นที่ต้องใช้ผ่านระบบอินเตอร์เนทจริงๆ ก่อนเช่นระบบสืบค้น ระบบการตรวจสอบสถานะการยืม การจอง ค่าปรับ ฯลฯ ส่วนระบบอื่นอาทิการลงทะเบียน ทางบริษัทอยู่ในระหว่างการประเมินความต้องการของผู้ใช้ เนื่องจากเห็นว่า ความต้องการและความจำเป็นยังมีน้อยมาก เพราะ 1. การลงทะเบียนจะทำได้เฉพาะภายในห้องสมุดเท่านั้น เนื่องจากข้อมูลคือรายละเอียดทรัพยากรจะอยู่ในห้องสมุด 2. การทำงานผ่าน Web-base มีปัจจัย ที่จะทำให้ระบบไม่สามารถใช้งานได้มากกว่าระบบ Client-Server เช่นการสื่อสารขัดข้อง 3. การทำงานผ่านระบบอินเตอร์เนท ช้ากว่าระบบ Client-server โดยเฉพาะหากต้องมีการประมวลผลมากๆ 4. การควบคุมหน้าจอ และการใช้งาน ทำได้ยากกว่า และมีข้อจำกัดมาก 4. ในระบบ Client-Server สามารถเพิ่มเติมลูกเล่นเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานได้มากมายอย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้ศึกษาข้อมูลและเตรียมการเพื่อสร้างโปรแกรมที่เป็น Web-base ไว้แล้วเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อสนองตอบความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้
กลับ

Q ระบบจัดหาและงบประมาณคืออะไร
A อธิบายอย่างคร่าวๆ คือระบบการบริหารบประมาณ เพื่อตรวจสอบและจัดการเงินงบประมาณ เมื่อมีการสั่งซื้อทรัพยากรสารสนเทศ เป็นระบบที่เชื่อมโยงไปยังระบบลงทะเบียน และผู้แทนจำหน่าย เช่นคำนวนส่วนลด พิมพ์ใบสั่งซื้อ และแยกงบประมาณเป็นการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ค่าสมาชิกวารสาร
กลับ

Q ระบบกำหนดสิทธิการใช้งานมีประโยชน์อะไร
A เพื่อป้องกันและจำกัดโอกาสการเกิดปัญหา โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานนั้นๆ เท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปจัดการข้อมูลได้ ต่างจากระบบบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นระบบที่ต้องการหาคนผิด และทำให้เกิดความขัดแย้ง
กลับ

Q ระบบอรรถประโยชน์หมายถึงอะไร
A เป็นระบบที่ทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้การทำงานประจำวันสะดวกขึ้น และทีมพัฒนาตั้งใจจะแถมพ่วงไปกับ ระบบงานที่เกี่ยวเนื่อง
กลับ

Q ทำไมเพิ่มข้อมูลหนังสือไม่ได้ ลองเพิ่มสำเนาหนังสือก็ไม่ได้ เช่นกัน โดยฟ้องวันรหัสซ้ำ
A น่าจะเกิดจากมีทรัพยากรบางเล่มที่ลงทะเบียนแล้วไม่ได้ใส่ประเภทวัสดุ ลองหาดูนะครับ หรือหากไม่ทราบจริงๆ ส่งข้อมูลที่ได้จากการแบ็กอัพมาให้ทางบริษัท เพื่อให้หาให้ก็ได้ครับ
กลับ

Q ลงโปรแกรม apache ไม่ได้ ระหว่างที่ลงโปรแกรมติดตั้งก็หายไปเสียเฉยๆ ทำอย่างไรดีครับ
A สาเหตุคงเกิดจากมีโปรแกรม apache ค้างอยู่ สภาพที่เคยพบคือ จะถอนก็ไม่ได้เพราะไม่มีตัวโปรแกรม apache ให้เห็น ครั้นจะลงใหม่ก็ไม่ได้การแก้ปัญหามี 2 วิธีครับ คือ
1. ล้างเครื่องใหม่ (Format) ลงโปรแกรมไปตามปกติ หรือ
2. กรณีที่ไม่ต้องการล้างเครื่องใหม่ ใช้ โปรแกรม web server ตัวอื่นแทน apache เช่น IIS ซึ่งเป็น Component มีอยู่ในแผ่น Setup ของ Microsoft windows server อยู่แล้ว วิธีการให้หาอ่านจากคู่มือ หรือคู่มือออนไลน์นะครับ พิมพ์ google search คำว่า setup php? iis ครับส่วนตัว php ให้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่น 4.4.2 และเลือกตัวที่เป็น installer นะครับ อย่าเลือก zip package โดยในระหว่างการติดตั้งโปรแกรม ?php ตัว installer จะมีให้เลือกว่าใช้กับ webserver ตัวไหน เวอร์ชั่นอะไร ให้เลือกตามนั้น เช่น IIS version 6 ?ตัว php? ก็จะกำหนดค่าต่างๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้ใช้งาน
กลับ

Q เตือนวารสารหมดอายุ มีการเตือนเล่มที่ไม่ต้องการต่ออายุสมาชิกแล้ว จะทำอย่างไรไม่ให้เตือน
A ที่หน้าลงทะเบียนวารสาร กรอกชื่อวารสารเล่มนั้น แล้วคลิ๊กเลือก ยกเลิกสมาชิก ครับจะลงราชกิจจานุเบกษาที่หน้าลงทะเบียนหนังสือ หรือทะเบียนวารสารดี
แนะนำให้ลงที่หน้าลงทะเบียนหนังสือครับ เพราะโดยพื้นฐาน ราชกิจจานุเบกษา จะคล้ายกับวารสาร คือมีฉบับต่อๆ มาเหมือนฉบับปีของวารสาร นอกจากนี้ เนื้อหาในฉบับปลีก ยังแยกเป็นอิสระ คล้ายกับบทความ ในวารสารการลงทะเบียนที่หน้าวารสาร จะทำให้สามารถลงทะเบียน? เนื้อหาต่างๆ ในราชกิจจาฯ เล่มนั้นๆ ที่หน้าบทความวารสารได้ และหากมีเวลาพอ ก็สามารถสแกน เพื่อลงเป็น Fulltext เพื่อให้ผู้ใช้เปิดอ่านเนื้อหาได้ทันทีสำหรับการกำหนดฉบับที่นั้น เนื่องจาก ราชกิจจานุเบกษาจะไม่มีวารการออกที่แน่นอน การกำหนดฉบับที่จึงควรทำเล่มต่อเล่มเมื่อได้รับแล้ว ต่างจากวารสารที่เราสามารถกำหนดฉบับที่ล่วงหน้าได้ว่าจะได้รับฉบับที่เท่าไหร่ ปีที่เท่าไหร่ และจะได้รับเมื่อใด หากลงทะเบียนราชกิจจา ก็จะอยู่ในเงื่อนไขการให้ยืมแบบวารสาร โดยอัตโนมัติ แต่โดยปกติจะไม่มีการให้ยืมออกไป ตรงนี้จะเป็นปัญหาหรือไม่ในการอัพเกรดล่าสุด ทางบริษัทได้เพิ่ม รายการให้แยกประเภทวารสาร ออกได้อีก 2-3 ประเภท เพื่อให้สามารถกำหนดเงื่อนไขการยืมได้แตกต่างกัน? ซึ่งรองรับพอดีกับ กรณีนี้ครับ? เช่นกรณีวารสาร ก็กำหนดประเภทการให้ยืมแบบวารสาร กรณีราชกิจจานุเบกษา ก็กำหนดไม่ให้ยืม บางแห่งวารสารประเภทนิตยสาร มีผู้ต้องการใช้มาก มีคิวจองมาก ก็อาจกำหนดประเภทการให้ยืมเป็นแบบนิตยสาร และกำหนดระยะเวลาการยืมให้สั้นลง กำหนดค่าปรับกรณีส่งคืนช้าให้มากขึ้น ก็ได้? เพื่อให้มีการหมุนเวียนเร็วขึ้น สำหรับห้องสมุดที่ไม่ต้อง Feature นี้ก็ใช้งานตามปกติครับ ที่ทางบริษัททำเพิ่มเนื่องจากมีลูกค้าบางรายขอมาเพราะประสบปัญหาเรื่องที่มีคิวรอนาน และทางบริษัทเห็นว่า เป็นเรื่องที่ควรทำเพราะจะทำให้โปรแกรมมีความยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
กลับ

Q ไม่ต้องการให้จองผ่านเว็บ ในกรณีที่มีหนังสืออยู่ที่ห้องสมุดจะทำอย่างไร
A ไปที่โปรแกรมหลักนะครับ เลือกเมนู ข้อมูลระบบ -> ข้อกำหนดห้องสมุด เอาเครื่องหมายถูกที่หน้าคำว่า จองได้แม้มีหนังสือพร้อมให้บริการออกถึงตรงนี้ หากยังไม่ได้อัพเกรดตัวโปรแกรมส่วนที่เป็น WebOPAC (บริษัท Upgrade Feature นี้เมื่อ กันยายน 2549) เลย ก็ต้องอัพเกรดนะครับ? ติดต่อที่บริษัทเลยครับ
กลับ

Q เครื่องติดไวรัส หรือมีปัญหาบ่อยๆ ฝ่ายไอทีแนะนำให้ล้างเครื่องใหม่ (Format) จะต้องทำอย่างไรบ้าง
A ในแผ่น Setup จะบอกวิธีการสำรองข้อมูลไว้ ให้เปิดดูที่ไฟล์ตั้งต้นคือ index.html
กลับ

Q ล้างเครื่องใหม่ (Format) ลงโปรแกรมตามที่ซีดีแนะนำแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดใช้งานโปรแกรมได้
A มีกรณีที่เป็นไปได้คือ เครื่อง Server อาจติดตั้ง Firewall เพื่อป้องกันไวรัส และพวกโปรแกรมโทรจัน หรือการบุกรุกจากภายนอก ให้ตรวจสอบกับทางผู้ดูแลระบบครับว่า ได้เปิด Port ให้เครื่อง Client สามารถเข้าใช้งานฐานข้อมูลแล้วหรือไม่ สำหรับ Mysql ให้เปิด port 3306 นะครับ ?ส่วน Sql Server เปิด Port 1433สำหรับห้องสมุดขนาดกลาง ? เล็ก เครื่อง Server ที่ใช้อาจเป็น Windows XP ซึ่งหากเป็น Service Pack 2 ปัญหาก็น่าจะเกิดจากการเปิด Firewall ไว้เช่นกัน? ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ เพื่อขอให้เปิด Port ให้เช่นกันครับสำหรับวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าเป็นปัญหาจาก Firewall หรือไม่ ให้ดูว่า เครื่องลูกสามารถ ping ไปยังเครื่อง Server ได้หรือไม่ ถ้าได้ และแน่ใจว่า username และ password ที่ใช้ถูกต้องก็สันนิษฐานได้ว่า น่าจะเป็นเพราะสาเหตุนี้
กลับ

Q เมื่อมีการอัพเกรดโปรแกรมใหม่ มีข้อความว่า unknown column ??..? in ?field list??
Aเนื่องจาก database มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สอดคล้องกับการอัพเกรดโปรแกรม ซึ่งโดยปกติเมื่อมีการอัพเกรดโปรแกรม ตัว Server ของทางบริษัท จะส่งข้อมูลไปให้อัพเกรดโดยอัตโนมัติ แต่หากระหว่างนั้นมีปัญหาการ Connect ระหว่างกัน อาจทำให้ยังไม่มีการอัพเกรดฐานข้อมูล กรณีนี้ ต้องอัพเกรดเอง โดยต้อง Backup ฐานข้อมูลก่อน เพื่อป้องกันปัญหา จากนั้นให้
1. เปิดเมนูช่วยเหลือ? เลือกปรับแก้ฐานข้อมูล
2. กดปุ่ม เริ่มปรับปรุงฐานข้อมูล
3. ถ้าโปรแกรมถาม password ให้ใส่ dss.co.thโปรแกรมอาจแจ้งข้อผิดพลาด รอดูจนขั้นตอนสุดท้าย หากแจ้งว่าเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่มีปัญหา หากแจ้งว่าไม่สามารถอัพเกรดได้ ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ? ให้ติดต่อบริษัท และหากไม่มีข้อความใดเลย หลังจากใส่ Password แสดงว่ากรอก Password ผิด
กลับ

Q เปลี่ยนเครื่อง Server หรือ Format เครื่องใหม่ เมื่อใส่รูปปกหนังสือ มีข้อความไม่สามารถคัดลอกไฟล์
A?ปัญหานี้สำหรับผู้ดูแลระบบที่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ทั้งหมดถือเป็นเรื่องพื้นฐานในการทำงานกับระบบปฏิบัติการ Windows Server ในเรื่องของการ Share File หรือ Folder อย่างไรก็ตามสำหรับห้องสมุดที่ไม่มีผู้ดูแลระบบ ก็สามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาได้ไม่ยากเช่นกัน

เมื่อผู้ใช้เลือกภาพปก โปรแกรมคัดลอกหรืออัพโหลด(แล้วแต่กรณีภาพปกไปไว้ที่เครื่อง Server เพื่อให้เครื่องอื่นสามารถเห็นภาพปกได้ รวมทั้งเครื่องที่ต่อเข้าในระบบอินเตอร์เน็ต หรืออินทราเน็ต ดังนั้นจึงต้อง

1. แชร์โฟลเดอร์ Multimedia (ปกติจะเก็บไว้ที่ C:\Appserv\www\library\multimedia สำหรับห้องสมุดที่ไม่ได้ติดตั้ง Appserv หากไม่พบให้ find หาโฟลเดอร์ชื่อ Multimedia)
2. กำหนดสิทธิ์ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สามารถคัดลอกหรือแก้ไขข้อมูลในโฟลเดอร Multimedia ได้ ซึ่งถ้าหากเครื่อง Server ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 หรือ 2003 ขึ้นไป วิธีการดังกล่าวคือการสร้าง User แล้ว Share ไฟล์ โดยกำหนดให้เฉพาะ User ที่สร้าง สามารถ Modify และ Write โฟลเดอร์ Multimedia ได้ รวมทั้งกำหนด Security ให้กับ User ของเครื่องด้วย

วิธีการทดลองง่ายๆ ว่าสามารถใช้งานได้หรือยัง โดยการ เปิด Windows Explorer พิมพ์ \\ตามด้วยชื่อเครื่อง Server (เช่น \\libraryserver) หากเห็นชื่อ โฟลเดอร์ Multimedia และคลิ๊กเข้าไปดูไฟล์ที่อยู่ข้างในได้ แสดงว่า สามารถใช้งานได้แล้ว ให้นำค่า \\ตามด้วยชื่อ Serverและ \multimedia ไปใช้ในระบุในที่จัดเก็บไฟล์ในเมนูข้อมูลระบบ -> ข้อกำหนดห้องสมุด แต่ให้เปลี่ยนเครื่องหมาย Backslash เป็น Slash เช่น \\libraryserver\multimedia เป็น //libraryserver/multimedia (ส่วนช่องที่ให้ระบุ IP Address ให้ใส่ IP ของเครื่อง Server แล้วตามด้วย \library\multimedia เช่น 192.168.1.1/library/multimedia
กลับ

Q เครื่อง Server เข้าหน้าจอสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตได้ แต่เครื่องลูกที่อยู่ในเครือข่ายเข้าไม่ได้เกิดจากอะไร
A หากเครื่องลูก Ping หาเครื่องแม่แล้ว เห็น (ดูวิธีการแก้ปัญหาเมื่อไม่สามารถใช้หน้าจอสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตได้ ในแผ่น Setup ) ให้ตรวจสอบดูว่า มีการ Set Proxy ไว้หรือไม่ โดยเปิด Internet Exploror (เปิดหน้าเว็บ) เลือกไปที่เมนู Tool -> Internet Options…-> เลือกแท็บ Connections และกดปุ่ม LAN Setting… คลิ๊กเลือกตรงช่อง Automatrically detact setting ให้มีเครื่องหมายถูก ส่วน Proxy หากไม่ใช้ให้ปลดออก หรือกด เลือก Bypass proxy server for local addresses
กลับ

Q
กลับ

Q?
กลับ

หากท่านมีคำถาม หรือต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม กรุณาอีเมล์คำถาม ที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published.