Home » Highlight » ราคาที่ต้องจ่ายกับสิ่งที่ได้รับ

ราคาที่ต้องจ่ายกับสิ่งที่ได้รับ

dollar

ของฟรี ฟรีจริงหรือ? โปรแกรมที่ราคาต่ำจะเรียกว่า โปรแกรมถูกหรือโปรแกรมแพงดี? หากเทียบกับโปรแกรมที่ราคาดูจะสูงกว่า แต่ใช้งานง่าย ดี ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ และให้บริการหลังการขายที่ดีกว่า …

ขณะที่คนกลุ่มหนึ่ง ยอมเสียเงินเพื่อซื้อรถยนต์ เพื่อความสะดวกในการไปทำงาน ไปตลาดจับจ่ายซื้อของ แลกกับการเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เอาแรงกาย แรงสมองไปทำงานเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ และได้คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า บางกลุ่มกลับเลือกซื้อรถจักรยานมาใช้งาน ด้วยจุดประสงค์ที่เหมือนกัน ด้วยความคิดที่ว่า ถูกกว่ารถยนต์ ถึงจะช้าหน่อย เหนื่อยหน่อยก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ถึง บางกลุ่มกลับเลือกที่จะเดิน เพราะแค่เห็นว่า ไม่ต้องเสียเงินคือฟรี แม้จะเหนือยก็ไม่เป็นไร โดยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า นอกจากจะทำให้ตัวเองต้องลำบาก ต้องเสียเวลา เสียโอกาสพัฒนาคุณภาพงานแล้ว ยังทำให้คนที่เกี่ยวข้องต้องพลอยเสียเวลา เสียโอกาสที่จะได้โอกาสที่ดีไปด้วย

ราคาที่ต้องจ่ายในการใช้โปรแกรม หรืออะไรก็ตามสักอย่างหนึ่ง โดยทั่วไป เราจะมองเพียงแค่ตัวเงินที่ต้องเสีย ขณะที่สิ่งที่ได้รับกลับมองเพียงแค่ผิวเผิน โดยลืมมองถึงคุณค่า คุณภาพ โอกาส และสิ่งอื่นๆ ที่ดีกว่า…

โปรแกรมห้องสมุดปัจจุบัน มีมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งแจกฟรี จนถึงราคาสูงเป็นล้านๆ บาท หลายท่านอาจสงสัยว่า แต่ละโปรแกรมต่างกันอย่างไร ในเมื่อจุดประสงค์ของการทำงานหลักๆ ก็ยังคงมีเพียง

การลงทะเบียน เพื่อให้สืบค้นและยืมคืนได้เท่านั้น ผมคงบอกรายละเอียดไม่ได้ว่าโปรแกรมแต่ละโปรแกรมแตกต่างกัน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร แต่ยืนยันได้ว่า คำกล่าวที่ว่าของฟรีไม่มีในโลก ยังคงเป็นเรื่องจริง ขณะที่คำกล่าวที่ว่า ของดีกว่าจึงต้องแพงกว่า กลับไม่จริง

ราคาที่ต้องจ่ายกับสิ่งที่ได้รับ เป็นปัจจัยหลักที่จะบอกได้ว่า ของที่ว่าฟรี ฟรีจริงหรือไม่ ของที่ว่าแพง แพงจริงหรือไม่

ในมุมมองด้านการตลาด ราคาที่ต้องจ่าย ไม่ใช่เรื่องของเงินอย่างเดียว แต่จะหมายรวมถึง การใช้เวลา คือเวลาที่เสียไปในการทำงาน การทุ่มเททรัพยากร และบุคคลากร ฯลฯ เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย และยังหมายรวมถึงผลในด้านลบ ที่เกิดจากการใช้ เช่น ปัญหาจุกจิก ปัญหาเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพจิตเสีย เมื่อมีปัญหาปรึกษาใครไม่ได้ ตามตัวผู้ขายไม่เจอ ภาพพจน์ขององค์กรที่ยังล้าหลัง วิสัยทัศน์ที่ล้าสมัย เป็นต้น

ขณะที่สิ่งที่ได้รับเมื่อซื้อโปรแกรม ก็ไม่ควรคิดถึงเพียงแค่แผ่นโปรแกรม กับคู่มือ กับการติดตั้งและอบรมการใช้งานเท่านั้น หากแต่ต้องยังรวมถึงบริการหลังการขาย และคุณค่าที่ไม่อาจมองเห็นหรือจับต้องได้ เช่น การลดภาระการทำงาน การทำงานที่สะดวกสบายมากขึ้น โอกาสในการพัฒนาคุณภาพงาน โอกาสที่ผู้ใช้บริการจะได้รับบริการที่ดีขึ้น ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น ภาพพจน์ที่ดีขึ้น ฯลฯ

สุดท้ายนี้ อยากฝากทิ้งท้ายว่า โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา ห้องสมุดจึงควรต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาคุณภาพงานให้ดีกว่า และเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับโอกาสที่ดีกว่า อย่าซื้อโปรแกรมเพื่อทำงานด้วยวิธีการแบบเดิม แบบที่ที่อื่นเคยใช้เคยทำเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว หรือมองเพียงแค่ว่า ดีกว่าไม่มี

ควรมองให้ทะลุถึงราคาที่จ่ายว่าไม่ได้มีเพียงแค่เงิน และสิ่งที่ควรจะได้รับว่าไม่ใช่เพียงแค่โปรแกรมเท่านั้น!!

Check Also

Smart Library on Internet คือคำตอบ

ผู้บริหารอยากให้ห้องสมุดให้บริการสืบค้นหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้แต่ให้งบมาน้อย ทำอย่างไรดีครับ อยากได้โปรแกรมห้องสมุดอัตโนมัติแบบที่ถูกๆ ดีๆ ที่แบบไม่ต้องดูแลอะไรมาก ขอทำแต่งานอย่างเดียว ติดขัดอะไรยกหูโทรแจ้ง หรือ line บอกปัญหา แล้วดูให้เลย แก้ให้ได้เลย มีไหมครับ Related

Leave a Reply

Your email address will not be published.

%d bloggers like this: